The Big Buddha วัดพระใหญ่อันงดงามของภูเก็ต

พระใหญ่ ภูเก็ต Big Buddha
พระใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของภูเก็ต

เกาะภูเก็ตคือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจหลากหลายประการ นับตั้งแต่เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีทิวทัศน์ของท้องทะเลที่งดงาม แต่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนยังไม่ทราบก็คือนอกจากสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้แล้ว ภูเก็ตยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งในครั้งนี้จะขอนำเสนอให้หลาย ๆ คนได้รู้จักกับองค์พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันง่าย ๆ ว่าพระใหญ่ ภูเก็ต สำหรับชาวต่างชาติมักเรียกกันสั้น ๆ ว่า Big Buddha เป็นพระพุทธรูปประจำเมืองภูเก็ต มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งประดิษฐานบนยอดเขานาคเกิด เป็นภูเขาสูงที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแห่งใหม่ของภูเก็ตที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางมาเพื่อชื่นชมความงามของพระพุทธรูป และร่วมทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมชมวิวความงามของเกาะภูเก็ตจากยอดเขาสูงกันเป็นจำนวนมาก

การสร้างพระพุทธรูปนั้นเริ่มจากเงินบริจาคของประชาชน เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดยมีวัดกิตติสังฆาราม หรือวัดกะตะ เป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้าง มีการขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ก่อสร้างด้วยความตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็นพุทธอุทยาน ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่น งดงาม พุทธศาสนิกชนสามารถใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม หรือพักผ่อนหย่อนใจได้ตามอัทธยาศัย มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับการนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 9 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ได้รับพระราชทานนาม “พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี” จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมตราตั้งให้เป็นพระพุทธรูปประจำเมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ในปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวันเวลา 6.00 – 19.00 น.

รูปแบบขององค์ The Big Buddha คือพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่อสร้างในลักษณะของศิลปะร่วมสมัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตร ความสูง 45 เมตร เน้นโครงสร้างที่แข็งแรงด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เพราะองค์พระพุทธรูปตั้งอยู่กลางแจ้งบนยอดเขา และมีขนาดที่ใหญ่มาก ตัวองค์พระจะประดับด้านนนอกด้วยหินอ่อนหยกขาว ชนิดที่เรียกว่าสุริยกันต(สุริยกันตะ) จากประเทศพม่า โดยหินอ่อนจะถูกตัดแต่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนนำมาเรียงต่อกันจนเต็มตัวขององค์พระพุทธรูปด้วยฝีมือของช่างอย่างปราณีต หากนับเฉพาะน้ำหนักของหินอ่อนหยกขาวก็มากถึง 135 ตันแล้ว หรือคิดเป็นขนาดพื้นที่ประมาณ 2,500 ตารางเมตร ยอดรวมงบประมาณที่ใช้สร้างองค์พระพุทธรูปประมาณ 80 ล้านบาท

ในส่วนของภูมิทัศน์โดยรอบองค์พระพุทธรูป มีการออกแบบให้มีรูปแบบของสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ เนื่องจากพระพุทธรูปปางมารวิชัยคือปางที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปบนสวรรค์เพื่อเทศน์โปรดพระมารดาที่อยู่บนสวรรค์ชั้นนี้ การจัดสร้างบันไดในสถานที่แห่งนี้จึงอยู่ภายใต้ภาพสมมุติให้เป็นบันไดแก้ว บันไดทองและบันไดเงิน เพื้อให้พระพุทธองค์ได้เสด็จไปโปรดโลกทั้ง 3 ได้แก่สรวงสวรรค์, โลกมนุษย์ และยมโลกหรือนรกภูมิ มีการสร้างพระพุทธรูปปางที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และบริเวณลานบันไดช่วงล่างยังจัดสร้างรูปปั้นพระพุทธรูปเลียนแบบองค์ที่พระเจ้าอโศกมหาราชเคยจัดสร้างเอาไว้ที่อินเดีย เพื่อให้เป็นที่เชิดชูในความเป็นองค์อุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนาให้เผยแผ่ไปทั่วโลกอย่างที่พระเจ้าอโศกเคยทำมาเมื่อครั้งอดีตกาล

ดังนั้น Big Buddha จึงเป็นสถานที่แบบพุทธานุสติ เป็นวัตถุที่ก่อกำเนิดจากการทำบุญ เป็นศูนย์รวมจิตใจ ช่วยสนับสนุนการเผยแผ่ธรรมะของพระพุทธองค์ไปยังผู้คน ความงดงามขององค์พระพุทธรูปจะช่วยจรรโลงจิตใจแก่ผู้ที่มีโอกาสมาสักการะ รอบองค์พระเป็นพุทธอุทยานที่รวบรวมธรรมะในชีวิตประจำวัน ไว้เป็นหมวดหมู่ มีการรวบรวมพรรณไม้ในพุทธประวัติเอาไว้ด้วย ภายใต้การสนับสนุนของกรมป่าไม้ เปิดให้พุทธศาสนิกชนสามารถใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสานาเพื่อพัฒนาจิต นอกจากนี้มีการติดตั้งสัญลักษณ์ฉลองพระชนมายุครบ 80 พรรษาของรัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

ดังนั้นหากใครมีโอกาสไปเยี่ยมเยืนภูเก็ต ขอแนะนำให้ลองมาที่องค์พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือ Big Buddha แห่งนี้ เพราะยามที่องค์พระพุทธรูปสีขาวสะท้องแสงแดดรับกับวิวทิวทัศน์แห่งท้องทะเลภูเก็ตนั้น นับเป็นภาพที่งดงามเกินบรรยายและไม่มีที่ใดเสมอเหมือนอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น